ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 12 (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
อลังกาลโคมไฟยี่เป็งล้านนา
ถึงเทศกาลประเพณีลอยกระทงประจำปี 2550 นี้ ข่าวคราวกิจกรรมการลอยกระทงก็มีการจัดอยู่ทั่วทุกจังหวัด ไม่ได้หมายความว่าประเพณีการลอยกระทง ไม่ได้อยู่เพียงแค่จังหวัดสุโขทัย หรือเชียงใหม่ ทุกภาคทุกจังหวัดก็มีการจัดกิจกรรมลอยกระทงทุกแห่งพร้อมกัน อาจแตกต่างกันในเนื้อหาและรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับแต่ละจังหวัด หรือประเพณีดั้งเดิมที่มาช้านาน
ถึงเทศกาลประเพณีลอยกระทงประจำปี 2550 นี้ ข่าวคราวกิจกรรมการลอยกระทงก็มีการจัดอยู่ทั่วทุกจังหวัด ไม่ได้หมายความว่าประเพณีการลอยกระทง ไม่ได้อยู่เพียงแค่จังหวัดสุโขทัย หรือเชียงใหม่ ทุกภาคทุกจังหวัดก็มีการจัดกิจกรรมลอยกระทงทุกแห่งพร้อมกัน อาจแตกต่างกันในเนื้อหาและรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับแต่ละจังหวัด หรือประเพณีดั้งเดิมที่มาช้านาน
ประเพณียี่เป็ง
ประเพณี "ยี่เป็ง" เป็นประเพณีลอยกระทงตามประเพณีล้านนาที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 2 ของชาวล้านนา เป็นภาษาคำเมืองในภาคเหนือ คำว่า "ยี่" แปลว่า สอง และคำว่า "เป็ง" มีควาหมายตรงกับคำว่า "เพ็ญ" หรือพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งชาวไทยในภาคเหนือจะนับเดือนทางจันทรคติเร็วกว่าไทยภาคกลาง 2 เดือน ทำให้เดือนสิบสองของไทยภาคกลาง ตรงกับเดือนยี่หรือเดือน 2 ของไทยล้านนา ประเพณียี่เป็งจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น "วันดา"หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด ครั้นถึงวันขึ้น 14 ค่ำ พ่ออุ้ยแม่อุ้ยและผู้มีศรัทธาก็จะพากันไปถือศีลฟังธรรมและทำบุญเลี้ยงพระที่วัดมีการทำกระทงขนาดใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัด ในกระทงนั้นจะใส่ของกินของใช้ใครจะเอาของมาร่วมสมทบด้วยก็ได้เพื่อเป็นทานแก่คนยากจนครั้นถึงคืนวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กของส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ
เป็นโคมใหญ่มีรูปร่างคล้ายบอลลูนตัวโครงทำจากซีกไม้ไผ่หุ้มด้วยกระดาษสาเมื่อจุดโคมความร้อนจากเปลวไฟจะทำให้โคมลอยตัวขึ้นการปล่อยโคมลอยนี้จะทำกันที่วัดหรือตามบ้านคน โดยเชื่อว่าโชคร้ายทั้งหลายจะลอยไปกับโคม ในงานบุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่างๆ แล้วยังมีการประดับตกแต่งวัดบ้านเรือนและถนนหนทางด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่างๆขึ้นเป็นพุทธบูชาพอตกกลางคืนจะมีมหรสพและการละเล่นมากมายมีการแห่โคมทอง พร้อมกับมีการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย การจุดบอกไฟการจุดโคมประดับตกแต่งตามวัดวาอารามและการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตามวัฒนธรรมของล้านนาจะแบ่งโคมไฟออกเป็น 4 แบบ คือ "โคมติ้ว" หรือ โคมไฟเล็ก ที่ห้อยอยู่กับซีกไม้ไผ่ซึ่งผู้คนจะถือไปในขบวนแห่และนำไปแขวนไว้ที่วัดแบบที่สองเรียก "โคมแขวน" ที่ใช้แขวนบูชาพระพุทธรูปทำเป็นหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น รูปดาว รูปตะกร้า โดยปกติจะใช้แขวนตามวัดหรือตามหิ้งพระก็ได้แบบที่สามเรียก "โคมพัด" ทำด้วยกระดาษสาเป็นรูปกรวยสองอันพันรองแกนเดียวกันด้านนอกจะไม่มีลวดลายอะไรส่วนด้านในจะตัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆ ในทางพุทธศาสนาเมื่อจุดโคมด้านในแสงสว่างจะทำให้เกิดเงาบนกรวย ด้านนอกก็จะเคลื่อนไหวคล้ายตัวหนังตะลุงแบบสุดท้ายเรียก "โคมลอย"




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น